การเคลื่อนที่ (แนวตรงและโพรเจกไทล์)
บทนี้ครอบคลุมการเคลื่อนที่ 1 มิติ (แนวตรง) และการเคลื่อนที่ 2 มิติแบบโพรเจกไทล์ในบทเดียวกัน — เพราะโพรเจกไทล์คือการเคลื่อนที่แนวตรงด้วยความเร่งคงตัวสองแนว (ราบกับดิ่ง) ที่เกิดพร้อมกัน ต้องเข้าใจตำแหน่ง ความเร็ว และความเร่งบนเส้นตรงให้แน่นก่อน แล้วค่อยขยายไปเป็นสองมิติ
ตำแหน่ง การกระจัด และระยะทาง
ตำแหน่ง (position) บอกว่าวัตถุอยู่ที่ไหนเทียบกับจุดอ้างอิงที่เลือกไว้ ปกติกำหนดแกน x ให้ทิศหนึ่งเป็นบวกอีกทิศเป็นลบ
ระยะทาง (distance) เป็นปริมาณสเกลาร์ คือความยาวเส้นทางทั้งหมดที่วัตถุเคลื่อนที่ผ่าน มีแต่ขนาด ไม่มีทิศทาง และไม่มีค่าติดลบ
การกระจัด (displacement) เป็นปริมาณเวกเตอร์ วัดจากตำแหน่งเริ่มต้นไปยังตำแหน่งสุดท้ายเป็นเส้นตรง มีทั้งขนาดและทิศทาง ขนาดของการกระจัดจะน้อยกว่าหรือเท่ากับระยะทางเสมอ
อัตราเร็วและความเร็ว
อัตราเร็วเฉลี่ย = ระยะทางทั้งหมด ÷ เวลาที่ใช้ เป็นปริมาณสเกลาร์
ความเร็วเฉลี่ย = การกระจัด ÷ เวลาที่ใช้ เป็นปริมาณเวกเตอร์ มีทิศทางเดียวกับการกระจัด
ความเร็วขณะหนึ่ง (instantaneous velocity) คือความเร็วเฉลี่ยเมื่อช่วงเวลาที่พิจารณาสั้นมากจนเข้าใกล้ศูนย์ — ในทางปฏิบัติคือความชันของกราฟตำแหน่ง–เวลา ณ จุดนั้น
ความเร่ง
ความเร่ง (acceleration) คืออัตราการเปลี่ยนแปลงความเร็วต่อเวลา a = Δv / Δt
ความเร่งเป็นบวกหรือลบก็ได้ เครื่องหมายไม่ได้บอกว่า "เร่ง" หรือ "หน่วง" เสมอไป — ต้องเทียบทิศของความเร่งกับทิศของความเร็วด้วย ถ้าทิศเดียวกันวัตถุจะเร่ง ถ้าทิศตรงข้ามวัตถุจะหน่วง
สมการการเคลื่อนที่แนวตรงด้วยความเร่งคงตัว
เมื่อความเร่ง a คงตัวตลอดช่วงเวลาที่พิจารณา ใช้สมการ SUVAT ทั้งสี่สมการด้านล่างได้ โดย u คือความเร็วต้น, v คือความเร็วปลาย, s คือการกระจัด และ t คือเวลา
เลือกสมการจากตัวแปรที่โจทย์ให้มาและตัวแปรที่โจทย์ไม่ถาม — ถ้าไม่รู้เวลาและไม่ถามเวลา ให้ใช้สมการที่สาม (v² = u² + 2as) จะตรงและเร็วที่สุด
- รู้ u, a, t และหา v → ใช้ v = u + at
- รู้ u, a, t และหา s → ใช้ s = ut + ½at²
- รู้ u, v, a และหา s (ไม่มี t) → ใช้ v² = u² + 2as
- รู้ u, v, t และหา s (ไม่มี a) → ใช้ s = (u + v)/2 × t
โพรเจกไทล์: แยกแนวราบและแนวดิ่งเป็นอิสระต่อกัน
การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์คือการเคลื่อนที่ของวัตถุที่ถูกยิงหรือโยนออกไปเป็นมุมกับแนวราบ แล้วเคลื่อนที่ภายใต้แรงโน้มถ่วงเพียงอย่างเดียว (ละเลยแรงต้านอากาศ)
กุญแจของหัวข้อนี้คือการมองการเคลื่อนที่เป็นสองแนวที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย แล้วค่อยรวมผลลัพธ์ทีหลัง — ใช้สมการ SUVAT ด้านบนกับแต่ละแนวแยกกัน
แนวราบ: ไม่มีแรงกระทำ (ละเลยแรงต้านอากาศ) ความเร็วตามแนวราบจึงคงที่ตลอดการเคลื่อนที่ vx = v0 cos θ
แนวดิ่ง: มีแรงโน้มถ่วงกระทำคงที่ เหมือนการเคลื่อนที่แนวตรงด้วยความเร่งคงตัว g (ทิศลง) ความเร็วแนวดิ่งเปลี่ยนตามเวลา vy = v0 sin θ − gt
สูตรสำคัญของโพรเจกไทล์ (ยิงและตกที่ระดับเดียวกัน)
เวลาลอย (time of flight) คือเวลาทั้งหมดตั้งแต่ยิงจนตกถึงระดับเดิม t = 2 v0 sin θ / g
พิสัย (range) คือระยะทางตามแนวราบสูงสุด R = v0² sin 2θ / g
ความสูงสูงสุด (maximum height) คือจุดที่ความเร็วแนวดิ่งเป็นศูนย์ H = v0² sin²θ / (2g)
มุมยิงกับพิสัย
เมื่อยิงและตกที่ระดับความสูงเดียวกัน มุม 45° จะให้พิสัยไกลที่สุดเสมอ ไม่ว่าความเร็วต้นจะเป็นเท่าใด
มุมสองมุมที่บวกกันได้ 90° (เช่น 30° กับ 60°, 20° กับ 70°) จะให้พิสัยเท่ากัน แต่เวลาลอยและความสูงสูงสุดต่างกัน — มุมที่สูงกว่าจะลอยนานกว่าและขึ้นสูงกว่า
ข้อควรระวัง
สูตรพิสัยและเวลาลอยด้านบนใช้ได้เฉพาะกรณียิงและตกที่ระดับเดียวกันเท่านั้น ถ้าจุดยิงกับจุดตกอยู่คนละความสูง ต้องกลับไปใช้สมการ SUVAT ของแต่ละแนวแยกกันแทน
ที่จุดสูงสุด ความเร็วแนวดิ่งเป็นศูนย์ แต่ความเร็วแนวราบยังคงเป็น v0 cos θ อยู่เสมอ — วัตถุไม่ได้หยุดนิ่ง เพียงแต่กำลังเปลี่ยนทิศในแนวดิ่งเท่านั้น
- ความเร็วปลาย
- v = u + at
- การกระจัด (มี t)
- s = ut + ½at²
- การกระจัด (ไม่มี t)
- v² = u² + 2as
- การกระจัด (ไม่มี a)
- s = (u + v)/2 × t
- เวลาลอย (โพรเจกไทล์)
- t = 2 v0 sin θ / g
- พิสัย (โพรเจกไทล์)
- R = v0² sin 2θ / g
- ความสูงสูงสุด (โพรเจกไทล์)
- H = v0² sin²θ / (2g)
การเคลื่อนที่แนวตรง
- v ที่ t = 5s
- 0.0 m/s
- s ที่ t = 5s
- 12.5 m
โพรเจกไทล์
- ระยะทาง R
- 40.8 m
- ความสูงสูงสุด H
- 10.2 m
- เวลาลอย t
- 2.89 s