ฟิสิกส์อะตอม
ปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 การทดลองหลายชิ้นบีบให้นักฟิสิกส์ยอมรับว่าอะตอมไม่ใช่ก้อนทึบเรียบๆ และพลังงานในระดับอะตอมไม่ต่อเนื่อง — บทนี้ไล่เรียงแบบจำลองอะตอมที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดเริ่มต้นของฟิสิกส์ควอนตัม
จากแบบจำลองทอมสันถึงรัทเทอร์ฟอร์ด
แบบจำลองอะตอมของทอมสัน ("พุดดิ้งพลัม") เสนอว่าอะตอมเป็นก้อนประจุบวกเรียบ มีอิเล็กตรอนกระจายฝังอยู่ทั่วไป
การทดลองยิงอนุภาคแอลฟาผ่านแผ่นทองบางของรัทเทอร์ฟอร์ดพบว่าอนุภาคส่วนใหญ่ทะลุผ่านตรงไป แต่บางส่วนกระเด็นกลับมุมกว้างมาก — สรุปได้ว่าประจุบวกและมวลส่วนใหญ่ของอะตอมกระจุกอยู่ในนิวเคลียสขนาดเล็กมากตรงกลาง ล้อมรอบด้วยที่ว่างเปล่าที่มีอิเล็กตรอนโคจรอยู่
แบบจำลองอะตอมของโบร์และระดับพลังงาน
โบร์เสนอว่าอิเล็กตรอนโคจรรอบนิวเคลียสได้เฉพาะในวงโคจรที่มีระดับพลังงานไม่ต่อเนื่อง (quantized) เท่านั้น ไม่ใช่ระดับพลังงานใดก็ได้
สำหรับอะตอมไฮโดรเจน ระดับพลังงานของอิเล็กตรอนคำนวณได้จาก En = −13.6/n² eV โดย n คือเลขจำนวนเต็มบอกระดับวงโคจร (n = 1, 2, 3, ...) — ค่าลบแสดงว่าอิเล็กตรอนถูกยึดอยู่กับนิวเคลียส
เมื่ออิเล็กตรอนเปลี่ยนระดับพลังงานจากสูงลงมาต่ำ จะปลดปล่อยโฟตอนที่มีพลังงานเท่ากับผลต่างระดับพลังงานพอดี ทำให้เกิดสเปกตรัมเส้นที่มีความยาวคลื่นเฉพาะตัว ไม่ต่อเนื่อง
ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก
เมื่อฉายแสงที่มีความถี่สูงพอลงบนผิวโลหะ อิเล็กตรอนจะถูกปลดปล่อยออกมาทันที (photoelectric effect) — ปรากฏการณ์นี้อธิบายไม่ได้ด้วยทฤษฎีคลื่นของแสง แต่อธิบายได้ด้วยการมองว่าแสงประกอบด้วยกลุ่มพลังงาน (โฟตอน) ที่มีพลังงาน E = hf
อิเล็กตรอนจะหลุดออกมาได้ก็ต่อเมื่อพลังงานโฟตอนมากกว่าหรือเท่ากับ "งานฟังก์ชัน" (work function, W0) ของโลหะนั้น — ถ้าพลังงานไม่พอ อิเล็กตรอนจะไม่หลุดออกมาเลย ไม่ว่าแสงจะเข้มแค่ไหนก็ตาม
- พลังงานจลน์สูงสุดของอิเล็กตรอนที่หลุดออกมา: Ek(max) = hf − W0
สมมติฐานเดอบรอยล์: ทวิภาวะคลื่น-อนุภาค
เดอบรอยล์เสนอว่า ถ้าคลื่นแสงมีสมบัติเป็นอนุภาคได้ (โฟตอน) อนุภาคที่มีมวล เช่น อิเล็กตรอน ก็ควรมีสมบัติเป็นคลื่นได้เช่นกัน
ความยาวคลื่นที่สัมพันธ์กับอนุภาคคำนวณจาก λ = h/p โดย p คือโมเมนตัมของอนุภาค (p = mv) — แนวคิดนี้ได้รับการยืนยันด้วยการทดลองการเลี้ยวเบนของลำอิเล็กตรอน และเป็นจุดเริ่มต้นของกลศาสตร์ควอนตัม
- ระดับพลังงานไฮโดรเจน
- En = −13.6/n² eV
- พลังงานโฟตอน
- E = hf
- พลังงานจลน์สูงสุดของโฟโตอิเล็กตรอน
- Ek(max) = hf − W0
- ความยาวคลื่นเดอบรอยล์
- λ = h/p